การดูแลสัตว์เลี้ยง | Pet Care

การดูแลสัตว์เลี้ยง

น้องหมา-น้องแมวลุยน้ำท่วม ต้องทำยังไง? วิธีดูแลหลังสัมผัสน้ำสกปรก

หมาแมวลุยน้ำท่วม ไม่ควรปล่อยให้ตัวแห้งเอง ช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วม เจ้าของบางบ้านอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่น้องหมาหรือน้องแมวต้องเดินผ่านน้ำขังหรือน้ำท่วม แม้น้องจะดูปกติหลังกลับเข้าบ้าน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ น้ำท่วมไม่ใช่น้ำสะอาด เพราะอาจมีทั้งดิน โคลน ขยะ สิ่งปฏิกูล เชื้อโรค สารเคมี หรือเศษวัสดุที่มองไม่เห็นปะปนอยู่ ดังนั้นหลังสัตว์เลี้ยงสัมผัสน้ำท่วม ควรทำความสะอาดทันที ไม่ควรรอให้ขนแห้งเอง 1. ล้างตัวและเท้าด้วยน้ำสะอาด สิ่งแรกที่ควรทำคือใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณที่สัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะ อุ้งเท้าและซอกนิ้ว ขา ท้อง หน้าอก หาง บริเวณขนที่เปื้อนโคลนหรือสิ่งสกปรก หากตัวน้องเปื้อนมาก สามารถอาบน้ำด้วยแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงได้ แล้วล้างออกให้สะอาด ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของคนหรือสารฆ่าเชื้อที่มีความเข้มข้นสูงกับผิวหนังของสัตว์โดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ 2. เช็ดตัวและซอกเท้าให้แห้ง หลังล้างตัวแล้ว ควรเช็ดขนให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วและอุ้งเท้า ความชื้นที่สะสมเป็นเวลานานสามารถทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง และในสัตว์บางตัวอาจเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาผิวหนังตามมา สุนัขขนยาวหรือสุนัขที่มีขนหนา ควรตรวจให้แน่ใจว่าผิวหนังด้านในแห้ง ไม่ใช่แค่ขนด้านนอก 3. เช็กอุ้งเท้าว่ามีแผลหรือของมีคมตำหรือไม่ น้ำท่วมอาจบดบังสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ เช่น เศษแก้ว ตะปู กิ่งไม้ หรือวัสดุแหลมคม หลังน้องเดินผ่านน้ำท่วม ควรตรวจบริเวณอุ้งเท้าและซอกนิ้วว่ามี รอยถลอก แผลเปิด เลือดออก […]
การดูแลสัตว์เลี้ยง

น้ำท่วมกับสัตว์เลี้ยง ต้องเตรียมตัวยังไง ให้หมาแมวปลอดภัย

น้ำท่วมไม่ได้กระทบแค่คน แต่สัตว์เลี้ยงก็ต้องมีแผนอพยพ ช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำสามารถเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว จนเจ้าของอาจมีเวลาเตรียมตัวเพียงไม่กี่ชั่วโมง น้องหมาและน้องแมวไม่สามารถติดตามประกาศเตือนภัยหรือเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นได้เหมือนเรา ดังนั้นแผนรับมือน้ำท่วมของครอบครัวจึงควรรวมสัตว์เลี้ยงไว้ตั้งแต่ต้น เดือนกันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากหลายช่วง โดยเตือนถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวมถึงปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วย การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงช่วยลดทั้งความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงจะบาดเจ็บ พลัดหลง หรือไม่สามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้ทัน ก่อนน้ำมา ควรเตรียมอะไรให้หมาแมวบ้าง? สิ่งแรกที่ควรมีเตรียมไว้ คือ Pet Emergency Kit หรือกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยงแยกไว้โดยเฉพาะ ภายในควรมีอาหาร น้ำสะอาด ยาประจำตัว สมุดวัคซีนหรือประวัติการรักษา สายจูง กระบะทรายและทรายสำหรับแมว รวมถึงคอกสัตว์เลี้ยง ที่เหมาะสมกับขนาดของสัตว์เลี้ยง CDC แนะนำให้เตรียมอาหาร น้ำ และยาสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้เพียงพอสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเก็บเอกสารสำคัญในภาชนะที่ป้องกันน้ำได้ CDC อีกสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ข้อมูลระบุตัวสัตว์เลี้ยง ปลอกคอควรมีชื่อและเบอร์ติดต่อของเจ้าของ หากน้องมีไมโครชิป ควรตรวจสอบว่าข้อมูลติดต่อในระบบยังเป็นปัจจุบัน รวมถึงเก็บรูปถ่ายล่าสุดของน้องไว้ในโทรศัพท์ เผื่อเกิดการพลัดหลงระหว่างการอพยพ   กรงหรือกระเป๋า ต้องพร้อม โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงน้องแมว ควรวางกรงหรือกระเป๋าไว้ในจุดที่หยิบใช้ได้ง่าย เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน […]
สัตวแพทย์ตรวจช่องปากสุนัขก่อนขูดหินปูนและวางยาสลบ
การดูแลสัตว์เลี้ยง

ขูดหินปูนสุนัขและแมวต้องวางยาสลบไหม?

ขูดหินปูนสุนัขและแมวต้องวางยาสลบไหม? เห็นคราบหินปูนเกาะตามฟันหรือได้กลิ่นปากจากน้องหมาน้องแมว เจ้าของหลายคนอยากรีบพาไปขูด แต่พอทราบว่าต้องวางยาสลบก็เริ่มกังวลว่า “จำเป็นจริงมั้ย?” “ถ้าน้องมีอายุมากแล้วจะเสี่ยงหรือเปล่า?” หรือ “ขูดเฉพาะด้านนอกโดยไม่วางยาสลบได้มั้ย?” คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ หากเป็นการขูดหินปูนและดูแลช่องปากอย่างครบถ้วน โดยทั่วไปต้องวางยาสลบ เพราะปัญหาสำคัญมักซ่อนอยู่ใต้ขอบเหงือกและรอบรากฟัน ไม่ใช่เฉพาะคราบสีน้ำตาลที่มองเห็นด้านนอก การวางยาสลบทำให้สามารถรักษาตรวจฟันทีละซี่ ทำความสะอาดใต้เหงือก ถ่ายภาพรังสีช่องปาก และรักษาบริเวณที่เจ็บได้โดยน้องไม่ขยับหรือหวาดกลัว ส่วนการขูดฟันตอนสัตว์ยังรู้สึกตัวอาจทำให้ฟัน “ดูสะอาดขึ้น” แต่ไม่ใช่การรักษาโรคปริทันต์อย่างครบถ้วน และอาจทำให้เจ้าของเข้าใจผิดว่าช่องปากหายดีแล้ว ทั้งที่โรคใต้เหงือกยังดำเนินต่อไป สรุปสั้น ๆ: ตรวจช่องปากเบื้องต้นตอนตื่นได้ แต่เมื่อจำเป็นต้องขูดหินปูนเพื่อการรักษา ควรทำภายใต้การวางยาสลบและการติดตามสัญญาณชีพที่เหมาะสม หินปูนไม่ใช่ปัญหาแค่เรื่องกลิ่นปาก คราบจุลินทรีย์หรือ plaque เริ่มสะสมบนผิวฟันได้ภายในเวลาไม่นาน เมื่อรวมตัวกับแร่ธาตุในน้ำลายจะค่อย ๆ แข็งเป็นหินปูน แต่ตัวการสำคัญของโรคปริทันต์คือแบคทีเรียและการอักเสบบริเวณขอบเหงือกและใต้เหงือก หากปล่อยไว้อาจเกิดเหงือกอักเสบ ร่องลึกปริทันต์ การสูญเสียกระดูกที่รองรับฟัน ฟันโยก ฝีรากฟัน และความเจ็บปวดเรื้อรังได้ น้องจำนวนมากยังคงกินอาหารได้แม้มีอาการเจ็บ จึงไม่ควรใช้คำว่า “ยังกินได้” เป็นหลักฐานว่าฟันยังไม่เป็นอะไร สัญญาณที่ควรพามาตรวจช่องปาก ได้แก่ กลิ่นปากแรงขึ้น เหงือกแดง บวม หรือมีเลือดออก มีคราบเหลืองหรือน้ำตาลเกาะฟัน น้ำลายไหลมาก มีเลือดปนน้ำลาย เคี้ยวข้างเดียว […]
สุนัขและแมวสูงวัยเข้ารับการตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์
การดูแลสัตว์เลี้ยง

น้องหมาแก่ น้องแมวแก่ ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ดูแลสัตว์สูงวัย

น้องหมาแก่ น้องแมวแก่ ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ดูแลสัตว์สูงวัย เมื่อสุนัขหรือแมวเข้าสู่วัยสูงอายุ หลายโรคอาจเริ่มต้นโดยแทบไม่มีอาการ น้องยังกินได้ เดินได้ และดูเหมือนปกติ แต่ค่าการทำงานของไต ความดันโลหิต มวลกล้ามเนื้อ หรือสุขภาพช่องปากอาจเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว การตรวจสุขภาพจึงไม่ควรรอจน “ดูป่วย” เพราะเป้าหมายสำคัญคือการเก็บค่าพื้นฐาน ค้นหาความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะแรก และวางแผนดูแลให้เหมาะกับน้องแต่ละตัว คำตอบแบบสั้นคือ สัตว์สูงวัยควรพบสัตวแพทย์ประมาณทุก 6 เดือน แม้ยังไม่มีอาการ โดยการประเมินควรครอบคลุมการซักประวัติและตรวจร่างกาย ตรวจช่องปาก น้ำหนักและมวลกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว พฤติกรรม รวมถึงพิจารณาตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และวัดความดันตามอายุ สุขภาพ และความเสี่ยงของแต่ละตัว แนวทาง AAHA แนะนำให้สัตว์สูงวัยได้รับการตรวจร่างกายสม่ำเสมอและพิจารณาชุดตรวจพื้นฐานทุก 6–12 เดือน สุนัขและแมวอายุเท่าไหร่จึงเรียกว่า “สูงวัย”? วัยสูงอายุไม่ได้เริ่มพร้อมกันในสัตว์ทุกตัว แมว: แนวทาง AAHA/AAFP จัดให้แมวอายุมากกว่า 10 ปีอยู่ในช่วง Senior สุนัข: พิจารณาจากช่วงประมาณ 25% สุดท้ายของอายุขัยที่คาดการณ์ จึงขึ้นกับขนาดตัว สายพันธุ์ และสุขภาพ […]
แมวกินน้ำน้อย
การดูแลสัตว์เลี้ยง

แมวกินน้ำน้อย อันตรายไหม? สัญญาณขาดน้ำ และวิธีช่วยให้น้องดื่มน้ำมากขึ้น

แมวกินน้ำน้อย อันตรายไหม? ปริมาณน้ำที่ควรได้รับ สัญญาณขาดน้ำ และวิธีช่วยให้น้องดื่มน้ำมากขึ้น หลายบ้านแทบไม่เคยเห็นน้องแมวเดินไปดื่มน้ำ จนอาจสงสัยว่า “แมวกินน้ำน้อยแบบนี้ปกติไหม?” ความจริงแล้ว การประเมินว่าน้องได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ ไม่ควรดูเฉพาะน้ำที่หายไปจากชาม เพราะแมวยังได้รับน้ำจากอาหารเปียก น้ำที่เติมลงในอาหาร และแหล่งน้ำอื่นภายในบ้านด้วย แมวที่กินอาหารเปียกอาจดื่มน้ำจากชามน้อยแต่ยังได้รับน้ำเพียงพอ ขณะที่แมวที่กินอาหารเม็ดเป็นหลักจำเป็นต้องดื่มน้ำจากชามมากกว่า สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “น้องดื่มกี่ครั้ง” แต่คือปริมาณน้ำรวมที่ได้รับ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และสัญญาณผิดปกติร่วมด้วย แมวควรกินน้ำวันละเท่าไหร่? โดยทั่วไป แมวควรได้รับน้ำรวมจากทุกแหล่งประมาณ 45–65 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าประมาณ เนื่องจากความต้องการน้ำของแมวแต่ละตัวแตกต่างกันตามอาหาร อุณหภูมิ กิจกรรม อายุ และภาวะสุขภาพ ข้อมูลจาก Cornell University ระบุว่า แมวต้องได้รับน้ำประมาณ 4 ออนซ์ต่อน้ำหนักตัว 5 ปอนด์ หรือประมาณ 50–55 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้หมายถึง น้ำทั้งหมดที่เข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช่เฉพาะน้ำที่แมวดื่มจากชาม ,Cornell University College of Veterinary […]
ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง
การดูแลสัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงแบบไหนต้องระวังอากาศร้อนเป็นพิเศษ? เช็ก 9 กลุ่มเสี่ยงฮีตสโตรก

สัตว์เลี้ยงแบบไหนต้องระวังอากาศร้อนเป็นพิเศษ? เช็ก 9 กลุ่มเสี่ยงฮีตสโตรก ประเทศไทยมีอากาศร้อนและความชื้นสูงเกือบตลอดทั้งปี สำหรับสัตว์เลี้ยงบางตัว การออกไปเดินเล่นตอนกลางวัน นั่งรถ เดินงานสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่อยู่ในห้องที่อับและโดนแดด อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นจนระบายความร้อนไม่ทันได้ แม้สุนัขและแมวทุกตัวจะมีโอกาสเกิดภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน แต่กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ สัตว์หน้าสั้น สัตว์ที่มีน้ำหนักเกิน สุนัขตัวใหญ่หรือน้ำหนักตัวมาก สัตว์ขนหนาหรือมีขนสองชั้น ลูกสัตว์และสัตว์สูงวัย สัตว์ที่มีโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจ สัตว์ที่กำลังป่วย ขาดน้ำ หรือพักฟื้น สุนัขที่ออกกำลังกายหนักหรือตื่นเต้นง่าย แมวและสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นที่ถูกขังอยู่ในพื้นที่ร้อน ฮีตสโตรกในสัตว์เลี้ยงคืออะไร? ภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน หรือ Heat-related Illness เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายรับหรือสร้างความร้อนมากกว่าที่สามารถระบายออกได้ อาการอาจเริ่มตั้งแต่หอบมาก อ่อนแรง และไม่อยากเคลื่อนไหว ก่อนพัฒนาไปสู่การอาเจียน ท้องเสีย เดินเซ ชัก หมดสติ และฮีตสโตรกซึ่งเป็นระยะรุนแรง สุนัขระบายความร้อนผ่านการหอบเป็นหลัก และมีต่อมเหงื่อเฉพาะบางบริเวณ เช่น อุ้งเท้า จึงไม่สามารถลดอุณหภูมิร่างกายด้วยการเหงื่อออกทั่วตัวเหมือนมนุษย์ เมื่ออากาศร้อนร่วมกับความชื้นสูง การระเหยของน้ำจากระบบทางเดินหายใจจะทำงานได้ลดลง ทำให้การหอบระบายความร้อนได้ยากกว่าเดิม หากอุณหภูมิร่างกายสูงอยู่นาน ความร้อนสามารถสร้างความเสียหายต่อหลายระบบ ทั้งไต ระบบทางเดินอาหาร สมอง ระบบไหลเวียนเลือด และกระบวนการแข็งตัวของเลือด […]
เปลี่ยนอาหารให้สัตว์เลี้ยงยังไง ให้ปลอดภัยที่สุด
การดูแลสัตว์เลี้ยง

เปลี่ยนอาหารน้องหมาน้องแมว แล้วน้องไม่กิน ท้องเสีย อาเจียน ทำยังไง?

บ้านไหนกำลังอยากเปลี่ยนยี่ห้ออาหาร แล้วเจอปัญหาว่าเปลี่ยนไปแล้ว น้องหมาน้องแมว เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน หรือไม่ยอมกินบ้างคะ? โรงพยาบาลสัตว์เว็ทวิลล์ มาแนะนำ วิธีการเปลี่ยนอาหารให้น้องหมาน้องแมวยังไง ให้ปลอดภัยต่อลำไส้ของน้องๆมากที่สุด จริงๆแล้ว การเปลี่ยนอาหารแบบทันที อาจทำให้น้องไม่กิน อาเจียน หรือท้องเสียได้ เราจะต้องค่อยๆผสมอาหารใหม่ เข้ากับอาหารเก่าเพื่อให้ลำไส้ของเค้าได้ปรับตัว สูตรง่ายๆ ในการค่อยๆเปลี่ยนอาหาร ทำตามนี้ได้เลยค่ะ วันที่ 1-2: อาหารใหม่ 25% + อาหารเดิม 75% วันที่ 3-4: อาหารใหม่ 50% + อาหารเดิม 50% วันที่ 5-6: อาหารใหม่ 75% + อาหารเดิม 25% วันที่ 7: อาหารใหม่ 100% แต่ถ้าน้องหมาน้องแมวไม่ยอมทานเลย แนะนำให้ลดปริมาณอาหารใหม่ลงก่อน แต่หากระหว่างเปลี่ยนอาหาร น้องหมาน้องแมว เริ่มมีอาการเหล่านี้ ถ่ายเหลว อาเจียน ไม่กิน ซึม ไม่ร่าเริง […]
บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกับน้องสัตว์เลี้ยง
การดูแลสัตว์เลี้ยง

ควันบุหรี่ไม่ได้อันตรายแค่กับคน… แต่กับน้องหมาน้องแมวก็เสี่ยงไม่แพ้กัน

🚬 ควันบุหรี่ไม่ได้อันตรายแค่กับคน… แต่กับน้องหมาน้องแมวก็เสี่ยงไม่แพ้กัน 🥺 อันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ต่อน้องหมาน้องแมว ⚠️ มีมากกว่าที่เราคิด ทั้งปัญหาระบบทางเดินหายใจ การระคายเคืองสะสม รวมถึงความเสี่ยงต่อโรคร้ายในระยะยาว 🐶🐱 ทั้งควันที่น้องได้รับโดยตรง รวมถึงกลิ่นและสารตกค้างที่ติดมากับเสื้อผ้าของเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นนิโคติน สารแต่งกลิ่นในน้ำยา หรือโลหะหนัก ล้วนส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของน้องได้ทั้งนั้นค่ะ เมื่อได้รับสะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองปอด และนำไปสู่ “ภาวะปอดอักเสบ” ได้ โดยเฉพาะน้องแมว 🐱 ที่มักมีความ Sensitive ต่อควันและสารเคมีมากกว่าน้องหมาค่ะ แล้วเราจะสังเกตยังไง ว่าน้องเริ่มมีอาการผิดปกติ? 📌 หายใจเร็ว หรือหอบผิดปกติ 📌 ไอ หรือมีเสียงหายใจดัง 📌 ซึมลงอย่างรวดเร็ว 📌 เบื่ออาหาร 📌 อ้าปากหายใจ 📌 ตัวสั่น หรือมีอาการชัก หากพบอาการเหล่านี้ แนะนำให้รีบพาน้องเข้าพบสัตวแพทย์ทันทีนะคะ 💛   มาฟังข้อมูลเต็มจาก 👩🏻‍⚕️ หมอพริม สัตวแพทย์ประจำศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและทางเดินหายใจกันค่า 💛 ————————————————— […]
อัลตราซาวด์ (Ultrasound) สแกนครบจบทุกมุม
การดูแลสัตว์เลี้ยง

ชวนเช็กสุขภาพน้อง ๆ ให้ชัวร์ ด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) สแกนครบจบทุกมุม

อัลตราซาวด์สัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในวิธีตรวจสุขภาพที่ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจนแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจครรภ์ ตรวจหัวใจ หรือประเมินอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ไต และกระเพาะอาหาร ช่วยให้วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ที่ Vetville เราให้บริการอัลตราซาวด์สัตว์เลี้ยงด้วยเครื่องมือทันสมัย พร้อมทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ ช่วยตรวจหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงของโรครุนแรง และวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด อัลตราซาวด์สัตว์เลี้ยง เห็นภาพชัด – ดูแลสุขภาพครบ ดูอายุครรภ์และคำนวณวันคลอด คำนวณวันคลอด ให้เจ้าของสามารถเตรียมตัวสำหรับวันคลอดได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ประเมินจำนวนลูกในครรภ์ได้ค่อนข้างแม่นยำ ติดตามพัฒนาการของลูกในครรภ์ ดูอะไรได้บ้างนะ? เส้นผ่านศูนย์กลางของถุงน้ำคร่ำ ความยาวของตัวอ่อน เส้นผ่านศูนย์กลางศีรษะ   การตรวจหัวใจ วินิจฉัยโรคหัวใจ เช่น ภาวะลิ้นหัวใจรั่ว และโรคกล้ามเนื้อหัวใจ วางแผนการรักษาหลังตรวจวินิจฉัย ให้สัตวแพทย์สามารถวางแผนการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม ดูอะไรได้บ้างนะ? ขนาดของห้องหัวใจ ความหนาของผนังห้องหัวใจ การไหลเวียนของเลือด ลิ้นหัวใจ การตรวจช่องท้อง วินิจฉัยโรคทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้อุดตัน, ลำไส้ฉีกขาด, เนื้องอก วินิจฉัยโรคเกี่ยวกับอวัยวะภายใน เช่น นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ, ตับอ่อนอักเสบ ดูอะไรได้บ้างนะ? การระบุสิ่งแปลกปลอม ขนาดและรูปร่างของอวัยวะ […]
สูติกรรมอุ่นใจ
การดูแลสัตว์เลี้ยง

ครบทุกขั้นตอนของการสืบพันธุ์ ดูแลด้วยหัวใจและความใส่ใจ

“ครบทุกขั้นตอนของการสืบพันธุ์ ดูแลด้วยหัวใจและความใส่ใจ” เพราะ “ทุกชีวิตใหม่” เริ่มต้นจากความห่วงใย การตั้งท้องและการคลอดของสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะทุกขั้นตอนล้วนเกี่ยวข้องกับ ชีวิตของทั้งแม่และลูกๆ ตั้งแต่การวางแผนก่อนผสมพันธุ์ การดูแลระหว่างตั้งท้อง ไปจนถึงช่วงคลอดและการฟื้นตัวหลังคลอด หากขาดการดูแลที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นได้ หน่วยสูติกรรมของโรงพยาบาลสัตว์ เว็ทวิลล์ พร้อมดูแลน้องหมา – น้องแมวในทุกช่วงสำคัญของการสืบพันธุ์ ตั้งแต่การวางแผนผสม จนถึงวันคลอดอย่างปลอดภัย — ด้วยทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์และเทคโนโลยีมาตรฐานโรงพยาบาล ( ทักปรึกษาคุณหมอทีมสูติกรรมได้เลยที่ https://lin.ee/Z0TSg3A ) ดูแลสูติกรรมครบวงจรทุกเคสมั่นใจ ประเมินวันตกไข่ เพื่อกำหนดช่วงเวลาผสมที่เหมาะสมและแม่นยำมากที่สุด การผสมเทียม ผสมเทียมในสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ ใช้วิธีที่ได้มาตรฐาน เพิ่มโอกาสในการตั้งท้อง และคัดสายพันธุ์คุณภาพ เพื่อเด็กๆที่แข็งแรง ตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ เพื่อการประเมินความพร้อมในการผสมและเพิ่มโอกาสผสมติด ฝากท้อง ประเมินวันคลอด ติดตามสุขภาพแม่และลูกในท้องด้วยเครื่องมือทันสมัย คำแนะนำในการดูแลแม่และเด็ก ผ่าคลอดอย่างปลอดภัย ผ่าคลอดโดยทีมสัตวแพทย์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ตรวจและดูแลความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ ตรวจสุขภาพ ดูแลความสมบูรณ์และความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ ผ่าตัดทำหมัน ผ่าทำหมันเพศผู้ – เพศเมีย ด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ ลดความเจ็บหลังผ่าตัดและช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว ทำหมัน […]