น้องหมา-น้องแมวลุยน้ำท่วม ต้องทำยังไง? วิธีดูแลหลังสัมผัสน้ำสกปรก


หมาแมวลุยน้ำท่วม ไม่ควรปล่อยให้ตัวแห้งเอง
ช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วม เจ้าของบางบ้านอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่น้องหมาหรือน้องแมวต้องเดินผ่านน้ำขังหรือน้ำท่วม
แม้น้องจะดูปกติหลังกลับเข้าบ้าน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ น้ำท่วมไม่ใช่น้ำสะอาด เพราะอาจมีทั้งดิน โคลน ขยะ สิ่งปฏิกูล เชื้อโรค สารเคมี หรือเศษวัสดุที่มองไม่เห็นปะปนอยู่
ดังนั้นหลังสัตว์เลี้ยงสัมผัสน้ำท่วม ควรทำความสะอาดทันที ไม่ควรรอให้ขนแห้งเอง


1. ล้างตัวและเท้าด้วยน้ำสะอาด
สิ่งแรกที่ควรทำคือใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณที่สัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะ
- อุ้งเท้าและซอกนิ้ว
- ขา
- ท้อง
- หน้าอก
- หาง
- บริเวณขนที่เปื้อนโคลนหรือสิ่งสกปรก
หากตัวน้องเปื้อนมาก สามารถอาบน้ำด้วยแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงได้ แล้วล้างออกให้สะอาด
ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของคนหรือสารฆ่าเชื้อที่มีความเข้มข้นสูงกับผิวหนังของสัตว์โดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้

2. เช็ดตัวและซอกเท้าให้แห้ง
หลังล้างตัวแล้ว ควรเช็ดขนให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วและอุ้งเท้า
ความชื้นที่สะสมเป็นเวลานานสามารถทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง และในสัตว์บางตัวอาจเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาผิวหนังตามมา
สุนัขขนยาวหรือสุนัขที่มีขนหนา ควรตรวจให้แน่ใจว่าผิวหนังด้านในแห้ง ไม่ใช่แค่ขนด้านนอก
3. เช็กอุ้งเท้าว่ามีแผลหรือของมีคมตำหรือไม่
น้ำท่วมอาจบดบังสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ เช่น เศษแก้ว ตะปู กิ่งไม้ หรือวัสดุแหลมคม
หลังน้องเดินผ่านน้ำท่วม ควรตรวจบริเวณอุ้งเท้าและซอกนิ้วว่ามี
- รอยถลอก
- แผลเปิด
- เลือดออก
- บวม
- สิ่งแปลกปลอมติดอยู่
- เดินกะเผลกหรือไม่ยอมลงน้ำหนัก
หากพบแผลลึก มีเลือดออกมาก หรือสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ ควรพาไปพบสัตวแพทย์
4. อย่าปล่อยให้น้องเลียขนหรือเท้าที่เปื้อนน้ำท่วม
หลังขึ้นจากน้ำ สุนัขและแมวมักเลียตัวเพื่อทำความสะอาด
แต่หากขนหรือเท้ายังมีน้ำสกปรกและสิ่งปนเปื้อนอยู่ การเลียอาจทำให้น้องกลืนสิ่งเหล่านั้นเข้าไปได้
จึงควรรีบล้างและเช็ดตัวก่อนปล่อยให้น้องเลียทำความสะอาดตัวเอง
5. ถ้าน้องเผลอดื่มน้ำท่วมต้องทำยังไง?
หากน้องเผลอดื่มน้ำจากบริเวณน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องป่วยทุกตัว แต่ควรเฝ้าสังเกตอาการใกล้ชิด
เพราะแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนสามารถมีเชื้อแบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและสุขภาพของสัตว์ได้
หากเริ่มมีอาการ เช่น
อาเจียน ท้องเสีย ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ หรือปัสสาวะผิดปกติ
ควรพาไปพบสัตวแพทย์ พร้อมแจ้งด้วยว่าน้องเพิ่งมีประวัติสัมผัสหรือดื่มน้ำจากพื้นที่น้ำท่วม
6. ระวัง “โรคฉี่หนู” หลังน้ำท่วม
อีกหนึ่งโรคที่ควรระวังในสุนัขหลังสัมผัสน้ำท่วมคือ Leptospirosis หรือโรคฉี่หนู
เชื้อสามารถปนเปื้อนในน้ำหรือดินที่มีปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ และเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุหรือผิวหนังที่มีบาดแผล
สุนัขที่ติดเชื้ออาจมีอาการ เช่น ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน มีไข้ หรือเกิดความผิดปกติของไตและตับได้
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
“โรคฉี่หนูในสุนัข อันตรายหลังลุยน้ำท่วม”
7. อาการแบบไหนควรรีบพาไปหาหมอ?
หลังสัมผัสน้ำท่วม หากพบว่าน้องมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอดูอาการนาน
- ซึมผิดปกติ
- ไม่กินอาหาร
- อาเจียนหรือท้องเสียหลายครั้ง
- มีไข้
- เดินกะเผลก
- มีแผลบวมแดง
- ปัสสาวะผิดปกติ
- ตัวหรือตาเหลือง
- หายใจผิดปกติ
โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีโรคประจำตัว ลูกสัตว์ สัตว์สูงอายุ หรือมีแผลเปิดก่อนสัมผัสน้ำท่วม อาจต้องได้รับการประเมินมากเป็นพิเศษ
หลังน้ำลด อย่าลืมเช็กพื้นที่ก่อนปล่อยน้องออกไปเดิน
ถึงน้ำจะลดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่จะปลอดภัยทันที
ก่อนปล่อยสัตว์เลี้ยงออกไป ควรตรวจบริเวณบ้านและทางเดินว่ามีเศษแก้ว ตะปู ขยะ สายไฟ หรือสารเคมีตกค้างหรือไม่
รวมถึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำขังที่ยังเหลืออยู่ เพราะน้องอาจเผลอดื่มหรือเดินลงไปสัมผัสซ้ำ
น้ำท่วมผ่านไป แต่ยังต้องสังเกตอาการต่อ
สิ่งสำคัญหลังสัตว์เลี้ยงสัมผัสน้ำท่วม คือ ล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ตรวจบาดแผล และเฝ้าสังเกตความผิดปกติ
หากน้องมีอาการที่แตกต่างจากปกติ หรือเจ้าของไม่แน่ใจว่าน้องสัมผัสน้ำสกปรกมากน้อยแค่ไหน การเข้ารับการตรวจสามารถช่วยประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลได้เหมาะสมกับสัตว์แต่ละตัว
โรงพยาบาลสัตว์เว็ทวิลล์ พร้อมดูแลและประเมินอาการสัตว์เลี้ยง เพื่อให้เจ้าของและทีมสัตวแพทย์สามารถวางแผนการดูแลร่วมกันได้อย่างตรงจุดนะคะ







