กินเก่งแต่ผอมลง? สัญญาณโรคเบาหวานในสุนัขและแมวที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม


ปกติน้องหมาน้องแมวที่บ้านกินอาหารเก่งอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้เหมือนจะหิวบ่อยกว่าเดิม กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม แถมน้ำหนักยังลดลงอีกต่างหาก
เจ้าของหลายคนอาจคิดว่าน้องแค่ใช้พลังงานเยอะขึ้น หรือเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น แต่รู้ไหมว่า อาการกินเก่งแต่น้ำหนักลด อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของ โรคเบาหวานในสุนัขและแมว ได้เช่นกัน
โรคเบาหวานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนเท่านั้น สัตว์เลี้ยงของเราก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ และที่สำคัญ อาการในช่วงแรกอาจไม่ได้รุนแรงจนสังเกตเห็นได้ทันที
โรคเบาหวานในสุนัขและแมว เกิดจากอะไร?
โรคเบาหวาน หรือ Diabetes Mellitus เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยนำน้ำตาลจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน
เมื่อร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือเซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี น้ำตาลจึงสะสมอยู่ในกระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ
แม้น้องจะกินอาหารเข้าไปมาก แต่ร่างกายกลับไม่สามารถนำพลังงานจากอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงอาจเริ่มสลายไขมันและกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงานแทน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสัตว์เลี้ยงบางตัวที่เป็นเบาหวานถึงกินอาหารเก่ง แต่กลับผอมลงเรื่อย ๆ


5 สัญญาณโรคเบาหวานในสุนัขและแมว
1. กินอาหารเยอะขึ้น แต่น้ำหนักลดลง
หนึ่งในอาการที่พบได้ในสัตว์เลี้ยงที่เป็นเบาหวาน คือความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้นร่วมกับน้ำหนักตัวที่ลดลง
ลองสังเกตว่าน้องกินอาหารหมดเร็วกว่าเดิม ขออาหารบ่อยขึ้น หรือยังหิวทั้งที่เพิ่งกินเสร็จหรือไม่ หากพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับน้ำหนักที่ลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ ควรพาไปตรวจหาสาเหตุ
2. ดื่มน้ำมากกว่าปกติ
จากที่เคยเติมน้ำวันละครั้ง กลายเป็นต้องเติมหลายรอบ หรือสังเกตเห็นน้องเดินไปที่ชามน้ำบ่อยผิดปกติ
อาการกระหายน้ำมากขึ้นเป็นหนึ่งในสัญญาณที่พบได้บ่อยในสัตว์ที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากร่างกายพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะ ทำให้สูญเสียน้ำและต้องดื่มน้ำทดแทนมากขึ้น
3. ปัสสาวะบ่อยขึ้น
หากเลี้ยงแมว อาจสังเกตจากก้อนทรายในกระบะที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีจำนวนมากกว่าปกติ
ส่วนสุนัขอาจขอออกไปปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือมีปัสสาวะเล็ดในบ้านทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหา
อย่างไรก็ตาม อาการดื่มน้ำและปัสสาวะมากขึ้นไม่ได้เกิดจากเบาหวานเพียงโรคเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับโรคไตหรือความผิดปกติอื่นได้เช่นกัน
4. ซึมลง ไม่ค่อยมีแรง
น้องที่เคยร่าเริงอาจเริ่มนอนมากขึ้น ไม่ค่อยอยากเล่น หรือดูเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
เมื่อเซลล์ในร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลต่อความกระฉับกระเฉงและกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้
5. ดวงตาขุ่น หรือเริ่มมองเห็นไม่ชัด
อาการนี้พบได้โดยเฉพาะในสุนัขที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงสามารถส่งผลต่อเลนส์ตาและทำให้เกิดต้อกระจกได้
หากสังเกตเห็นดวงตาน้องเริ่มขุ่น หรือเดินชนสิ่งของบ่อยขึ้น ควรพาไปตรวจสุขภาพดวงตาและหาสาเหตุร่วมด้วย


สัตว์เลี้ยงแบบไหนเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน?
แม้โรคเบาหวานจะเกิดขึ้นได้กับสุนัขและแมวหลายช่วงวัย แต่มีปัจจัยบางอย่างที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรค เช่น
- น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน โดยเฉพาะในแมวที่ความอ้วนสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- อายุที่มากขึ้น โรคนี้พบได้บ่อยในสัตว์วัยกลางคนถึงสูงวัย
- โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคตับอ่อนหรือความผิดปกติของฮอร์โมน
- การได้รับยาบางประเภท ที่อาจส่งผลต่อการทำงานของอินซูลิน
อย่างไรก็ตาม สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้มีน้ำหนักเกินก็สามารถเป็นเบาหวานได้เช่นกัน
โรคเบาหวานในสุนัขและแมว ตรวจอย่างไร?
หากสงสัยว่าน้องอาจเป็นเบาหวาน สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ เช่น น้ำหนักที่เปลี่ยนไป ปริมาณอาหารที่กิน การดื่มน้ำ และความถี่ในการปัสสาวะ
จากนั้นจึงพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
การตรวจเลือด เพื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือด และประเมินสุขภาพโดยรวม
การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีน้ำตาลปนออกมากับปัสสาวะหรือไม่ รวมถึงตรวจหาความผิดปกติอื่น
สำหรับแมว สัตวแพทย์อาจพิจารณาตรวจค่า Fructosamine หรือประเมินระดับน้ำตาลซ้ำ เพราะแมวบางตัวอาจมีระดับน้ำตาลสูงชั่วคราวจากความเครียดขณะอยู่โรงพยาบาลได้
การวินิจฉัยจึงไม่ได้พิจารณาจากตัวเลขระดับน้ำตาลเพียงครั้งเดียว แต่ต้องดูร่วมกับอาการและผลตรวจอื่น ๆ
หากสุนัขหรือแมวเป็นเบาหวาน ยังมีโอกาสใช้ชีวิตได้ตามปกติไหม?
แม้เบาหวานจะเป็นโรคที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่สัตว์เลี้ยงจำนวนมากสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากได้รับการรักษาและติดตามอาการอย่างเหมาะสม
การรักษาอาจประกอบด้วยการให้อินซูลิน การปรับอาหาร การควบคุมน้ำหนัก และการติดตามระดับน้ำตาล โดยในแมวบางรายอาจมีทางเลือกเป็นยารับประทานสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านเกณฑ์การประเมินของสัตวแพทย์
สำหรับแมวบางตัว ยังมีโอกาสเข้าสู่ภาวะโรคสงบ (Diabetic Remission) ซึ่งหมายถึงช่วงที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินซูลิน แต่ยังต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง
หากน้องมีอาการซึมมาก ไม่กินอาหาร อาเจียน อ่อนแรง หรือหายใจผิดปกติ ควรรีบพาไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง


ยิ่งสังเกตได้ไว ยิ่งมีโอกาสดูแลได้ตรงจุด
บางครั้งสัญญาณความผิดปกติของสัตว์เลี้ยงไม่ได้เริ่มจากการเจ็บป่วยอย่างชัดเจน แต่อาจเป็นแค่พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม
หากน้องหมาน้องแมวเริ่มกินเก่งแต่น้ำหนักลด ดื่มน้ำเยอะ หรือปัสสาวะบ่อยขึ้น อย่ารอให้มีอาการรุนแรงก่อนพาไปตรวจ เพราะการค้นหาสาเหตุได้เร็วช่วยให้สามารถวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม
ที่โรงพยาบาลสัตว์เว็ทวิลล์ เราให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาร่วมกับเจ้าของ ผ่านการดูแลของทีมสัตวแพทย์ เพื่อให้น้องได้รับการดูแลที่ตรงกับปัญหาและความต้องการของแต่ละครอบครัว
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและต่อมไร้ท่อ Vetville
สอบถามหรือนัดหมายตรวจสุขภาพได้ที่ LINE: @vetville
Vetville — Care That Matters ดูแลตรงใจ ใส่ใจตรงจุด



